วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552

เติมความสดชื่นด้วยแตงกวา


เติมความสดชื่นด้วยแตงกวา

แตงกวามีคุณสมบัติเป็นแอสตริงเจนต์อ่อน ๆ ที่ทำให้ผิวเย็นลง จึงดีเป็นพิเศษกับผิวอักเสบ เป็นผื่นแดง หรือไหม้แดด ลองใช้มาส์กแตงกวาซึ่งผสมผสานคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิวของแตงกวา คาโมมายล์ และชาเขียวเข้าด้วยกัน วิธีการ คือ... ปอกเปลือกแตงกวาลูกเล็ก ๆ หนึ่งลูก เอาใส่เครื่องปั่นจนเป็นเนื้อเนียนนุ่ม กรองเอาแต่น้ำเก็บเอาไว้ จากนั้น เอาน้ำชาเขียวและชาคาโมมายล์อย่างละสองออนซ์กับเจลาตินหนึ่งห่อ ตั้งไฟอ่อนๆ จนเจลาตินละลาย เติมน้ำแตงกวาลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วเทใส่ภาชนะแก้วเก็บไว้ในตู้เย็นราว 25 นาที จนเริ่มเป็นส่วนผสมข้นๆ นำเอาส่วนผสมนี้มาทาให้ทั่วหน้า ปล่อยให้แห้ง 20 นาที ลอกมาสก์ออก แล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ซับให้แห้ง

บริหารหน้า... ห่างไกลริ้วรอย (Health & Cuisine)


บริหารหน้า... ห่างไกลริ้วรอย (Health & Cuisine) อาจารย์สิริพรรณ ศิวะสกุลราช อาจารย์คณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้แจงถึงสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัยว่ามาจาก 2 ประการ คือ ผิวหนังเสื่อมลง ความยืดหยุ่นลดลงเนื่องจากอายุมากขึ้น ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้า เพิ่มความชุ่มชื่นและยืดหยุ่นดีขึ้น กล้ามเนื้อแสดงอารมณ์เดิมบ่อย ๆ เช่น ยิ้มนานเกินไป ขมวดคิ้วนานเกินไป ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนังที่เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อมัดที่ทำงานหนัก การนวดหน้าให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และการออกกำลังกล้ามเนื้อหน้าให้แข็งแรง จะช่วยให้ผิวหนังกระชับไม่หย่อนคล้อย2 วิธี 3 ขั้นตอนดูแลกล้ามเนื้อใบหน้า การดูแลกล้ามเนื้อหน้ามี 2 วิธี คือ การออกกำลังหน้า ให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ทำงานเต็มที่ กล้ามเนื้อหน้าที่แข็งแรงและทนทานจะทำให้ผิวหน้ากระชับมากขึ้น อีกวิธีหนึ่งคือ ยืดกล้ามเนื้อหน้า เป็นการผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหน้า การดูแลกล้ามเนื้อหน้ามี 3 ขั้นตอนคือ เริ่มจากยืดกล้ามเนื้อตามด้วยออกกำลังหน้าและยืดกล้ามเนื้ออีกครั้ง ควรทำ 2 เวลา ทั้งเช้าและเย็น วิธีนี้สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ไม่มีอันตรายใดๆ เพราะกล้ามเนื้อบนหน้าเป็นมัดเล็กมากไม่มีผลกระทบกับหัวใจหรือระบบหายใจแต่อย่างใด หลักการ 1. การยืดกล้ามเนื้อหน้าใช้นิ้วกลางกดที่จุดหนึ่งแล้วใช้นิ้วชี้เลื่อนไปมาตามแนวกล้ามเนื้อหน้า เพราะทั้ง 2 นิ้วมีแรงเหมาะสมกับการนวดหน้า การกดด้วยนิ้วกลางเพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อที่กำลังยืดนั้นถูกดึงไปตามการเลื่อนมือของนิ้วชี้ ทำให้การยืดมีประสิทธิภาพดี ที่สำคัญผิวหน้ามีไขมันน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนอื่นของร่างหน้าและเกาะกับกล้ามเนื้อดี จึงไม่จำเป็นต้องกดหน้าแรงเพราะจะช้ำง่าย 2. การออกกำลังหน้า ให้ออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อบนใบหน้าอย่างเต็มที่เทคนิคการบริหารหน้า กล้ามเนื้อที่บริหาร : หน้าผาก วิธียืดกล้ามเนื้อ (ทำซ้ำท่าละ 3-10 ครั้ง) : นิ้วกลางกดโคนผม นิ้วชี้รูดลงถึงคิ้ว วิธีออกกำลังกล้ามเนื้อ (เกร็งค้างไว้นาน นับ 1 ถึง10) : เลิกหน้าผาก กล้ามเนื้อที่บริหาร : ระหว่างคิ้ว วิธียืดกล้ามเนื้อ (ทำซ้ำท่าละ 3-10 ครั้ง) : นิ้วกลางกดหัวคิ้ว นิ้วชี้เลื่อนจากหัวถึงปลายคิ้ว (ทำทั้ง 2 ข้าง) วิธีออกกำลังกล้ามเนื้อ (เกร็งค้างไว้นาน นับ 1 ถึง10) : ขมวดคิ้ว กล้ามเนื้อที่บริหาร : ตา วิธียืดกล้ามเนื้อ (ทำซ้ำท่าละ 3-10 ครั้ง) : นิ้วกลางกดหัวตา นิ้วชี้เลื่อนจากหัวตาไปหางตาทั้งบนและล่าง (ทำทั้ง 2 ข้าง) วิธีออกกำลังกล้ามเนื้อ (เกร็งค้างไว้นาน นับ 1 ถึง10) : หลับตาปี๋ กล้ามเนื้อที่บริหาร : จมูก วิธียืดกล้ามเนื้อ (ทำซ้ำท่าละ 3-10 ครั้ง) : ใช้นิ้วชี้รูดจากดั้งจมูกลงมาถึงโหนกแก้ม (ทำทั้ง 2 ข้าง) วิธีออกกำลังกล้ามเนื้อ (เกร็งค้างไว้นาน นับ 1 ถึง10) : ย่นจมูก , ทำจมูกบาน กล้ามเนื้อที่บริหาร : ปาก วิธียืดกล้ามเนื้อ (ทำซ้ำท่าละ 3-10 ครั้ง) : ใช้นิ้วกลางซ้ายกดมุมปากซ้ายไว้ แล้วใช้นิ้วชี้ของมือขวาเลื่อนเหนือริมฝีปากจากซ้ายไปขวา เลื่อนลงด้านล่างจนจรดที่เดิม (เป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา)วิธีออกกำลังกล้ามเนื้อ (เกร็งค้างไว้นาน นับ 1 ถึง10 ) : ปากจู๋ , ยิ้มปิดปากกว้าง, ยิ้มยกมุมปาก, ยิ้มแบะลง , ยิ้มแยกเขี้ยว กล้ามเนื้อที่บริหาร : แก้ม (กล้ามเนื้อแก้มอยู่ลึกยืดไม่ได้ จึงยืดกล้ามเนื้อรอบๆ แทน) วิธียืดกล้ามเนื้อ (ทำซ้ำท่าละ 3-10 ครั้ง) : นิ้วกลางกดมุมปาก นิ้วชี้เลื่อนจากมุมปากขึ้นไปถึงโหนกแก้ม (ทำทั้ง 2 ข้าง) วิธีออกกำลังกล้ามเนื้อ (เกร็งค้างไว้นาน นับ 1 ถึง10) : ทำแก้มป่อง , แก้มบุ๋มปรับพฤติกรรมตั้งรับอารมณ์ เมื่อดูแลกล้ามเนื้อใบหน้าแล้วต้องไม่ลืมดูแลอารมณ์ให้คงที่ด้วย พยายามอย่าแสดงอารมณ์มากเกินไปโดยไม่จำเป็น เมื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆ ควรเปลี่ยนจากการแสดงสีหน้ามาใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายแทน ตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนเรียกขณะก้มหน้าเขียนหนังสืออยู่ก็ให้หันทั้งหน้าไปมอง ไม่ใช่เพียงเลิกคิ้วขึ้นมามอง เมื่อสงสัยไม่ทำหน้าขมวดคิ้วแต่ให้ยกมือและถามเลยอย่าเก็บไว้นาน เวลาร้องไห้พยายามหยุดให้เร็วที่สุดเพราะกล้ามเนื้อตาและปากจะทำงานหนัก หมั่นออกกำลังกายแบบแอโรบิคคือออกกำลังกล้ามเนื้อมัดใหญ่ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาทีเป็นประจำทุกวันทำให้เลือดหมุนเวียนดี เพื่อให้แก้มอมชมพูแบบธรรมชาติ

น้ำในร่างกายกับผิวพรรณ (Health & Cuisine) ผิวหนังของคนเราชั้นบนสุดคือผิวหนังที่ตายแล้ว (ที่คุณถูออกมาเป็นขี้ไคลนั่นไง) ชั้นล่างลงไปคือเซลล์ปกติมีลักษณะยาวรีคล้ายใบไม้เรียงต่อกันเป็นตาข่าย แต่ละเซลล์จะมีน้ำไปหล่อเลี้ยง ซึ่งถ้าได้รับน้ำเพียงพอตัวเขาจะกลม ๆ ป่อง ๆ เมื่อแสงตกกระทบจะดูมีน้ำมีนวล แต่ถ้าขาดน้ำเซลล์จะเล็กฟีบ ดูเหี่ยวแห้ง ไม่มีชีวิตชีวา รอบ ๆ เซลล์ก็ต้องมีน้ำหล่อลื่น ในชั้นคอลลาเจนก็ต้องการน้ำเพื่อความตึงตัวเช่นกัน บ้านเราอากาศร้อน ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย ฉะนั้นใครต้องการมีผิวพรรณเปล่งปลั่งจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ธรรมชาติกำหนดให้มีชั้นไขมันเคลือบผิวหนังของเราไว้ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ ยิ่งคุณดื่มน้ำน้อยก็ยิ่งต้องรักษาสภาพของชั้นไขมันนี้ไว้ คนผิวมันจึงเป็นคนมีบุญ แต่มักเข้าใจผิดคิดว่าเนื้อตัวสกปรก ใช้สบู่ฟอกกำจัดชั้นมันของผิวหนังออกหมด จนกลายเป็นคนผิวมันที่ขาดความชุ่มชื้นไป ส่วนคนผิวแห้ง คือ คนที่ร่างกายสร้างชั้นไขมันไม่พอ จึงควรใช้น้ำมันจากภายนอกทาปกป้องไว้เสมอ ไม่เช่นนั้นร่างกายจะฟ้องโดยเริ่มจากปากแห้ง ผิวแห้ง โดยเฉพาะตามแขน ขา หน้าแข้งซึ่งมีไขมันใต้ผิวหนังหล่อเลี้ยงน้อย คนที่ไม่ชอบดื่มน้ำจึงดูไม่สดใส สำหรับครีมบำรุงผิวที่มีมากมายหลายยี่ห้อนั้นต่างก็มีพื้นฐานเดียวกันคือ มีคุณสมบัติป้องกันการสูญเสียน้ำ เพราะน้ำคือตัวทำ ให้ผิวสวย คนที่ผิวแพ้ง่าย ระคายเคือง เดี๋ยวคันเดี๋ยวแดง พวกนี้ผิวสูญเสียน้ำเยอะ ต้องรีบฟื้นฟู รู้อย่างนี้แล้วพยายามดื่มน้ำให้มากเข้าไว้จะดีที่สุด (ยกเว้นคนเป็นโรคไต หรือโรคที่แพทย์สั่งควบคุมการดื่มน้ำ) เพราะการรับน้ำเข้าสู่ร่างกายมีวิธีเดียวเท่านั้น ส่วนการทำความสะอาดก็เอาแค่พอควร จะได้ไม่เป็นการทำลายชั้นไขมัน และเปิดรูให้น้ำระเหยออก ส่วนเรื่องของการใช้น้ำเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง หรือที่เรียกว่าวอเตอร์เบท มีมาแต่สมัยโบราณแล้ว จุดประสงค์เราไม่ได้ต้องการน้ำจากเครื่องสำอางหรอกนะคะ แต่คนที่ผิวมันอยู่แล้ว และต้องการให้อาหารผิว จำพวกวิตามินอี วิตามินซี หรือสารแอนตี้ออกซิเดนซ์ต่าง ๆ ก็ควรใช้เครื่องสำอางในรูปวอเตอร์เบท เพื่อให้น้ำเป็นตัวนำอาหารผิวเหล่านั้นเข้าไป เป็นการหลีกเลี่ยงสาเหตุของสิวอุดตันพลังแห่งสายน้ำ เนื่องจากน้ำมีแรงพยุงตัวทำให้น้ำหนักตัวลดลงเหลือเพียง 10-15 % ขณะอยู่ในน้ำ การเคลื่อนไหวของร่างกายจึงทำได้อย่างง่ายดาย สภาพไร้น้ำหนักและแรงกระแทก จึงป้องกันการกระทบกระเทือน การบาดเจ็บของกระดูกและข้อต่อต่าง ๆ น้ำมีแรงต้านโดยธรรมชาติ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง รูปร่างเพรียวสมส่วน แรงดันของน้ำช่วยให้ความดันโลหิตลดลง และชีพจรเต้นช้าลง การสูบฉีดของหัวใจ และการไหลเวียนโลหิตในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในน้ำระบบระบายความร้อนของร่างกายจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถระบายความร้อนได้ดีกว่าปกติถึง 25 เท่า เมื่อเทียบกับการระบายความร้อนในอุณภูมิที่เท่ากัน การออกกำลังกายในน้ำจึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัยเพราะมีความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัด เช่น ผู้หญิงท้อง ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาเรื่องข้อ คนที่มีน้ำหนักเกินพิกัด ส่วนธาราบำบัด หรือ Hydrotherapy เป็นการใช้น้ำร้อน น้ำเย็น และคุณสมบัติอื่น ๆ ของน้ำในการรักษาผู้ป่วยโดยไม่ต้องออกกำลังกาย เช่น การอบไอน้ำเพื่อให้ร่างกายขับของเสียทางเหงื่อ แช่น้ำเพื่อลดการอักเสบของผู้ถูกไฟไหม้ ฯลฯ ซึ่งได้แนวคิดมาจากการนิยมอาบน้ำแร่รักษาโรคปวดข้อ และผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อทุกส่วนของชาวโรมัน ทุกวันนี้มีผู้นำหลักการเหล่านั้นมาใช้ในแง่ของการผ่อนคลายมากขึ้น เพราะเชื่อว่าเมื่อร่างกายผ่อนคลาย สุขภาพดี ย่อมส่งผลต่อจิตใจและความงามด้วยน้ำร้อนหรือน้ำเย็น สำหรับสุขภาพ การแช่น้ำอุ่นเป็นการผ่อนคลายที่ยอดเยี่ยม เลือดไหลเวียนสะดวก แต่ในขณะเดียวกันถ้านานและร้อนเกินไปกลับทำให้ผิวแห้ง (ส่งผลเสียต่อความงาม) รูขุมขนขยาย เส้นเลือดฝอยขยายจนเห็นเป็นรอยแดง อาจก่อให้เกิดฝ้า แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำให้ราดน้ำอุณหภูมิปกติเป็นน้ำสุดท้ายเพื่อปิดรูขุมขนเสมอ ในขณะที่การอาบน้ำเย็นเพื่อสุขภาพ เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย กระปรี้กระเปร่า แต่ถ้าเย็นเกินไปก็ทำให้ผิวแห้งได้อีกเช่นกัน เช่นเดียวกับการดื่มน้ำ...น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ ส่งผลดีต่อสุขภาพ ไม่ทำให้ตัวเราเย็นมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้เสียงมาก ถ้าดื่มน้ำเย็นทำให้เส้นเลือดฝอยยิ่งตีบ กล่องเสียงยิ่งทำงานไม่ดี แต่อุณหภูมิของน้ำที่ดื่มไม่มีผลต่อความงาม ขอเพียงดื่มให้มากและเพียงพอเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าการดื่มน้ำเย็นจัดเป็นเทคนิคหนึ่งในการควบคุมอาหารหรือลดความอ้วนอีกด้วย เพราะเมื่อดื่มน้ำเย็นจัด 4-6 องศาเซลเซียล พลังงานที่ร่างกายเราต้องใช้ในการปรับน้ำเย็นให้เป็นน้ำอุณภูมิร่างกายก็เป็นการเผาผลาญแคลอรี่อย่างหนึ่ง